มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ (บางกะสี)
เมื่อ : 25/05/2559 11:31:38 อ่าน : 1526

มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ (บางกะสี) ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ เลขที่ 4 หมู่ที่ 9 ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีสัปบุรุษประจำมัสยิดจำนวน 226 ครอบครัว สัปบุรุษชาย 570 คน สัปบุรุษหญิง 582 คน รวมทั้งสิ้น 1,152 คน มีนายสมศักดิ์ (ฮัจยีตอฮา) วงศ์ประเสริฐ เป็นอิหม่าม นายสมาน (อับดุรเราะห์มาน) บรฮีม เป็นคอเต็บ และนายสุนันท์ (อัดนาน) วันเอเลาะ เป็นบิหลั่น

ความเป็นมา
     เดิมชาวบ้านบางกะสีได้มีส่วนริเริ่มในการก่อสร้างมัสยิดดีนุ้ลอิสลาม หมู่ที่ 10 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และได้ร่วมกันทำพิธีทางศาสนาที่มัสยิดดีนุ้ลอิสลามมาโดยตลอด แต่เนื่องจากระยะทางห่างไกลในสมัยนั้นทำให้มีความยากลำบาก โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน การไปร่วมละหมาดตอรอเวี๊ยะห์ทำได้น้อย หรือในบางโอกาสเมื่อมีการทำบุญร่วมกันในวันสำคัญๆ ก็ไม่สะดวกโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ชาวบ้านบางกะสีจึงปรึกษาหารือกันจัดสถานที่เพื่อร่วมกันทำละหมาดขึ้นมา

มัสยิดหลังแรก
     จากการปรึกษาหารือในการหาสถานที่เพื่อทำมัสยิดในขณะนั้นได้มีผู้ริเริ่มระดับผู้นำคือ 1. ฮัจยีมัดดง ซาบีดี 2. ฮัจยีอับดุลมุดตอเล็บ ทรงศิริ 3. ฮัจยีดาวูด มินบุรี 4. ฮัจยีอับดุลรอโซ้ล หวังเจริญ 5. ฮัจยีอับดุลเลาะห์ หวังเจริญ 6. ผู้ใหญ่อิบรอเฮม หมัดแสง 7. นายมุขตาส เงาะไพรวัลย์ 8. นายอาลี นุสดิน 9. นายอับบาส ยำบ๊ะ โดยได้เลือกสถานที่บริเวณปากคลองบางกะสีเป็นที่จัดสร้างมัสยิดหลังแรกโดยมีผู้บริจาคและจัดซื้อที่ดินดังต่อไปนี้ 1. ฮัจยีอับดุลรอโซ้ล หวังเจริญ บริจาค 1 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา 2. ฮัจยีดาวูด และฮัจยะห์อุมมุกลาโซม มินบุรี จัดซื้อ 2 งาน 3.ฮัจยีอาบูบากาส และฮัจยะห์ไมมูนะห์ เงาะไพรวัลย์ จัดซื้อเพิ่ม 2 งาน รวมเป็น 2 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา
ปีพ.ศ.2483 มัสยิดหลังแรกก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะของบาแลที่ไม่แข็งแรงมากนักมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 10 เมตร ชาวบ้านจะเรียกขานมัสยิดหลังนี้ว่ามัสยิดคอกวัว เพราะว่าจะทำการละหมาดกันบนพื้นดินโดยทุบดินให้เรียบแล้วปูด้วยเสื่อเตย ใช้เสื่อลำแพนเป็นฝา (เหมือนบ้านพักอาศัยในสมัยเก่า) จากนั้นสัปบุรุษและผู้ริเริ่มได้มีมติให้นายมุขตาส เงาะไพรวัลย์ ดำรงตำแหน่งอิหม่ามเป็นท่านแรกของมัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์แห่งนี้

มัสยิดหลังที่ 2 
     ปีพ.ศ.2490 เมื่อมัสยิดหลังแรกเริ่มจะคับแคบและชำรุดทรุดโทรม สัปบุรุษในสมัยนั้นก็คิดที่จะก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้น จึงได้ทำการติดต่อขอซื้อฉางข้าว (ยุ้งข้าว) จากโรงสีข้าวที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในราคา 800 บาท(ราคาในสมัยนั้น) มาทำการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่เป็นทรงปั้นหยาหลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าวมีขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 12 เมตร โดยมีฮัจยีมูฮัมหมัดนูร รอมาลี ดำรงตำแหน่งอิหม่ามเป็นท่านที่สอง
ปีพ.ศ.2493 มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ (บางกะสี) ได้ยื่นขอจดทะเบียนมัสยิดกับนายทะเบียนจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2493 ซึ่งเป็นมัสยิดลำดับที่ 4 ของจังหวัดสมุทรปราการ มีฮัจยีอับดุลรอโซ้ล หวังเจริญ เป็นอิหม่าม ฮัจยีเดช ทรงศิริ เป็นคอเต็บ และฮัจยีหวัง โหมดเสม เป็นบิหลั่น

มัสยิดหลังที่ 3 
     ปีพ.ศ.2516 มัสยิดหลังที่สองชำรุดทรุดโทรมอย่างมากไม่สามารถจะซ่อมแซมได้ เวลาประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ไม่สะดวกสบายและเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้ คณะกรรมการ และสัปบุรุษในขณะนั้นโดยการนำของฮัจยีอับดุลรอโซ้ล หวังเจริญ จึงได้มีมติว่าจะทำการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นมาเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร เป็นทรงปั้นหยา ค่าก่อสร้างประมาณ 400,000 บาท (สี่แสนบาท) โดยมีฮัจยะห์สะอาดะห์ จันทน์สนิท บริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) ฮัจยีทองใบ แดงเนียม 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) สัปบุรุษและผู้มีจิตศรัทธา 110,000 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาท) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 220,000 บาท (สองแสนสองหมื่นบาท) ฮัจยะห์ไมมูเนาะห์ เงาะไพรวัลย์ บริจาคการจัดทำพื้นหินขัดของมัสยิดทั้งหมด แต่การก่อสร้างก็ต้องหยุดลงเมื่อพบว่าฐานล่างของอาคารมัสยิดได้ทรุดตัวลงมาจึงทำให้ไม่สามารถทำการก่อสร้างต่อไปได้ จึงทำการหยุดการก่อสร้างแต่เพียงเท่านี้ และใช้ประกอบพิธีทางศาสนาตลอดมากว่า 25 ปี

มัสยิดหลังที่ 4 (มัสยิดหลังปัจจุบัน)
     ปีพ.ศ.2543 ชุมชนบางกะสีได้พัฒนาขึ้นตามกาลเวลา ความเจริญทางด้านต่างๆ มารายล้อมอยู่รอบชุมชนแห่งนี้ การขยายตัวของชุมชน การเพิ่มขึ้นของจำนวนสัปบุรุษ การมีแหล่งอาชีพ โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย มีผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน และผู้ที่มาประกอบอาชีพตามโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นมุสลิมที่มาจากภาคต่างๆ มารวมกันมากขึ้น มัสยิดจึงไม่เพียงพอกับการประกอบพิธีทางศาสนา ประกอบกับเหตุผลในการหยุดการก่อสร้างดังกล่าวมาแล้ว
คณะกรรมการ และสัปบุรุษมัสยิด โดยการนำของอิหม่ามฮัจยีอับดุลมุดตอลิบ ประเสริฐอาภา อิหม่ามในขณะนั้นจึงได้มีมติในที่ประชุมว่าสมควรทำการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป โดยในที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ฮัจยีฮารูน ศรีสมัย เป็นประธานการก่อสร้างออกแบบให้มัสยิดมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 25 เมตร มีหออะซาน 2 หอ โดยตั้งงบก่อสร้างไว้ที่ประมาณ 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) โดยมีการวางรากฐานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2543 โดย ฯพณฯ อาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธี

     การสร้างดำเนินการไปได้ไม่นาน ท่านอิหม่ามฮัจยีอับดุลมุดตอลิบ ประเสริฐอาภาก็ได้ถึงอายั้ลกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) แต่ไม่นานก็ได้ผู้นำคนใหม่ที่เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่ได้รับความไว้วางใจจากสัปบุรษให้มาเป็นผู้นำของชาวบางกะสีคือ อิหม่ามฮัจยีตอฮา วงศ์ประเสริฐ แต่การก่อสร้างมัสยิดก็มีอุปสรรค เมื่อประธานการก่อสร้างได้ขอลาออกจากตำแหน่งคอเต็บ และประธานการก่อสร้างด้วยเหตุผลสุขภาพของท่านไม่อำนวย
คณะกรรมการมัยสยิดจึงได้มีมติแต่งตั้งให้ฮัจยีอิสมาแอล ประเสริฐอาภา เหรัญญิกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสมุทรปราการผู้ซึ่งเป็นน้องชายของอิหม่ามฮัจยีอับดุลมุดตอลิบ ประเสริฐอาภา เป็นประธานก่อสร้างแทน จากการที่เรามีผู้นำคนที่เป็นคนหนุ่มที่หัวก้าวหน้า กับท่านประธานการก่อสร้างที่ทุ่มเทให้กับการก่อสร้างอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับคณะกรรมการมัสยิดและสัปบุรุษที่ร่วมแรงร่วมใจกัน อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาหลายๆ ท่าน จึงทำให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยภายใน 3 ปี ทั้งที่ในเวลาเริ่มต้นนั้นมัสยิดมีเงินเพียง 400,000 บาท (สี่แสนบาท) และค่าก่อสร้างก็เกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยใช้งบประมาณการก่อสร้างมั้งหมดอยู่ที่ 6,000,000 บาทเศษ (หกล้านบาท)

 “และบัดนี้มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ (บางกะสี) พร้อมแล้วที่จะใช้ประกอบอามั้ลอิบาดะห์และพิธีทางศาสนาสืบต่อไป ถึงแม้มัสยิดของเราจะไม่โอ่อ่าสวยงามเท่ากับมัสยิดอื่นๆ ที่มีงบประมาณการก่อสร้างมากกว่าเรา แต่มัสยิดหลังนี้ก็เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวบางกะสีทุกคน ที่จะดำรงไว้ซึ่งศาสนาแห่งพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และบ่งบอกถึงความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพวกเราชาวบางกะสีทุกคน” อิหม่ามฮัจยีตอฮา กล่าว

     นอกจากนี้อิหม่ามฮัจยีตอฮาฝากไว้อีกว่า “เนื่องจากว่าสังคมปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะมีปัญหารุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันหลายหลาก เชื้อชาติ ศาสนา และอีก 2 ปีข้างหน้า ปีพ.ศ.2558 ประชาคมอาเซียนก็จะเข้ามา ในส่วนของคณะกรรมการมัสยิดเองก็ได้เตรียมการตั้งรับและมีการบูรณาการในเรื่องของการเรียนการสอนให้กับเยาวชนเพราะในโลกเราไม่ได้อยู่กันแค่นี้ สังคมมุสลิมต้องเจริญก้าวหน้าเพราะฉะนั้นเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ในเรื่องของงบประมาณที่ได้มาแต่ละปี เราก็จะนำมาดูแลเด็กกำพร้า, ดูแลหญิงหม้าย, ดูแลผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม”

     ทั้งนี้เนื่องจากว่ามัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์เป็นมัสยิดต้นแบบ มีสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสมุทรปราการ และหลายศาสนาเข้ามาใช้สถานที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ทางคณะกรรมการมัสยิดจึงมีมติทำซุ้มทางเข้ามัสยิด หากผู้มีจิตศรัทธาท่านใดประสงค์จะบริจาคเพื่อสมทบทุน ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีมัสยิดโดยตรงได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนเทพารักษ์ ออมทรัพย์ ชื่อบัญชี มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ บัญชีเลขที่ 3462138146 สอบถามข้อมูลที่ ฮัจยีอุสมาน ประเสริฐอาภา (เหรัญญิก) โทร.087-018-6785

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
มัสยิด Al Fatihah Los angeles
21/05/2559 18:03:03
อ่าน : 1393

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : มัสยิดคอยรียะตุ้ลอิสลามียะห์ (บางกะสี)


ยังไม่มีความคิดเห็นใด ๆ เลยค่ะ!

ร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่


หากท่านต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบสมาชิกก่อนค่ะ


สวัสดี , บุคคลทั่วไป กรุณา สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบสมาชิก
Copyright (c) 2013 . www.muslimvariety.com . Email : tvmuslim@hotmail.com All rights reserved.